กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

จากกล้องวงจรปิดสู่การพัฒนา กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

การก่ออาชญากรรม หรือก่อการร้ายส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง ตั้งแต่เรื่องสุภาพจนถึงเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ ดังนั้นคงจะดีหากเราสามารถ “ ป้องกันไว้ดีว่าแก้ไข ” ระงับเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นไว้ได้ก่อน ซึ่งเครื่องมืออันหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการป้องกันนี้ก็คือ ” กล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิดช่วยให้เราสามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยหรือคนที่มีพฤติกรรมไม่น่า ไว้วางใจได้ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่ง คือต้องคนที่รักษาความปลอดภัยจะต้องนั่งจับเจ่าจ้องที่จอเป็นเวลาหลาย ชั่วโมง ใช้ความช่างสังเกตของตัวเองในการค้นหาพฤติกรรมที่น่าสงสัย งานนี้ค่อนข้างหน้าเบื่อและใช้เวลานาน ซึ่งก็เป็นไปได้มากว่าจะเผลอหลับไปซะก่อนที่จะค้นพบอะไร ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่สามารถร้องบอกโดยอัตโนมัติเมื่อมีเหตุการณ์น่าสงสัยหรือมีคนไม่น่าไว้วาง ใจปรากฏขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาความปลอดภัยก็ออกมาเปิดเผยแล้วเทคโนโลยีตัว ใหม่นี้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน การพัฒนานี้ต้องการผลลัพท์ที่สามารถระบุได้ทั้ง “ คน ”, “ วัตถุ ” รวมทั้ง “ พฤติกรรมที่น่าสงสัย ”ด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าเทคโนโลยีนี้ยังคงอยู่ในช่วงทดลองอยู่ แต่ Charles Cohen หัวหน้าของ Cybernet System กล่าวว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถตรวจสอบพฤติกรรมได้กำลังได้รับการ พัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างหนึ่งที่เทคโนโลยีใหม่นี้กำลังศึกษาอยู่ก็คือ “ ท่าทางการเดิน ” ซึ่งสามารถบอกข้อมูลได้มากเกี่ยวกับคนๆนั้น กล่าวคือ ทีมวิเคราะห์และนักจิตวิทยาที่นำทีมโดย Frank Morelli ได้ทำการศึกษาจากวิดิโอต่างๆซึ่งส่วนมากจะเป็นวีดีโอที่ถูกโพสในอินเตอร์ เน็ตโดยผู้ก่อการร้ายในอัฟกานิสถานและอิรัก พวกเขาใช้ Software พิเศษในการระบุวัตถุซึ่งจะไปล๊อคกับลักษณะพิเศษในวิดิโอ ยกตัวอย่างเช่นลักษณะของหัวเข่าและข้อศอก แล้วเชื่อมโยงลักษณะพิเศษเหล่านั้นกับผลที่ตามมา ( เช่นการโยนระเบิด ) เท่านี้ก็ทำให้สามารถพัฒนาโมเดลคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระหว่าง “ ท่าทาง ” กับ “ ผลที่ตามมา ” ได้แล้ว ตัวอย่างของเทคโนโลยีนี้ที่สามารถระบุได้ก็เช่น การระบุคนน่าสงสัยที่แอบแฝงอยู่ในฝูงชน หรือคนที่ถือของหรือบรรจุภัณฑ์ที่ปิดผนึกเรียบร้อยที่พอมีน้ำหนักที่จะเป็น ระเบิดได้ ซึ่ง Morelli อ้างว่าตอนนี้กองทัพสหรัฐฯ มีแผนที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้บริเวณขนส่งและสถานทูตแล้ว

ระบบตรวจสอบอัจฉริยะแบบนี้ บางตัวถูกพัฒนาไปไกลกว่านั้น กล่าวคือ แทนที่เราจะป้อนข้อมูลบอกมันว่าลักษณะการก่อการร้ายเป็นอย่างไร พวกมันกลับสามารถเรียนรู้ได้เองว่าพฤติกรรมแบบไหนที่น่าจะเป็นการก่อการร้าย ยกตัวอย่างเช่นคนที่ยืนอ้อยอิ่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ หรือคนที่นั่งอยู่บนขั้นบันได ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักเป็นไปได้ยากที่รปภ.จะสังเกตเห็น โดยเฉพาะกับรปภ.ที่ไม่ระวังหรือไม่มีความอดทน James Davis ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาความปลอดภัยจากวิดิโอแห่งมหาวิทยาลัย Ohio ใน Columbus กล่าวว่าระบบนี้ได้ถูกนำมาใช้แล้ว เมื่อเทคโนโลยีในการตรวจสอบ “ สิ่งของ ” หรือ “ การเคลื่อนไหว ” ดีขึ้น นักวิจัยจึงเริ่มที่จะให้ความสนใจกับ “ การแสดงออกทางใบหน้า ” เพื่อว่าคนร้ายอาจจะเผลอเปิดเผยความจริงอะไรออกมาบ้าง ตัวอย่างโครงการแบบนี้คือโครงการ “ Hostile Intent ” ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับ “ micro – expression ”
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความแตกต่างด้านทาง ” วัฒนธรรม ” และ ” เชื้อชาติ ” ก็มีผลทำให้เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้ ดร. Judee Burgoon กล่าวว่าระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะแบบนี้จึงควรที่จะคำนึงถึงปัจจัย ทางด้านวัฒนธรรมไว้ด้วย